สหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด ฝ่าวิกฤติหนี้สินสมาชิก ด้วยเศรษฐกิจพอเพียงตามวิถี “เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน”

สหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด ฝ่าวิกฤติหนี้สินสมาชิก ด้วยเศรษฐกิจพอเพียงตามวิถี “เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน”

สหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ปัจจุบันมีสมาชิก 2,079 คน ทุนดำเนินงาน 43,849,440.44 บาท สหกรณ์ดำเนินธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ในปี 2562 สมาชิกสหกรณ์ประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ส่งผลให้สมาชิกไม่สามารถส่งชำระหนี้ได้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะให้สหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิก โดยเปลี่ยนวิถีของคนเซกาจากการปลูกยางพาราหรือปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำเกษตรแบบพออยู่พอกินบนพื้นฐานของความพอเพียง ตามคำกล่าวที่ว่า “เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน” โดยการรวมกลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์ การดำเนินงานได้แนะนำ ส่งเสริมให้ความรู้ในการประกอบอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ในสวนยางพารา ได้แก่ การเลี้ยงหมู การทำเกษตรผสมผสาน และการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยสหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการบูรณาการร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ใช้หลักการตลาดนำการผลิตโดยมีสหกรณ์เป็นศูนย์กลางการตลาด หาช่องทางการตลาด และวางแผนการผลิตร่วมกับสมาชิก การรับซื้อผลผลิตเพื่อจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์และระบบออนไลน์ ได้แก่ Shopee Facebook และเว็บไซด์ของสหกรณ์ สหกรณ์ได้นำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการสร้างความเข้มแข็งจากการรวมตัวของสมาชิกเป็นกลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์ เพื่อทำให้สามารถบริหารจัดการกลุ่มเล็ก ๆ ในสหกรณ์ให้เข้มแข็งและสามารถสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มอาชีพ

ในปี พ.ศ. 2564 สหกรณ์ได้รับโล่รางวัลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในสหกรณ์ และผลจากการดำเนินงาน ทำให้สมาชิกสหกรณ์มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถชำระหนี้ได้และมีเงินออมเพิ่มขึ้น สมาชิกมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตดีขึ้น สหกรณ์มีสมาชิกต้นแบบ (Model member type) ที่ประสบความสำเร็จทำให้มีสมาชิกรายอื่นมีความสนใจที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น สหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด เป็นต้นแบบการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ในการส่งเสริมอาชีพและการรวมกลุ่ม เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานให้แก่สหกรณ์อื่นเพื่อนำไปขยายผล จะเห็นได้ว่าการน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจสังคม สามารถสู้กับวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างดี และสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข ทำให้ชุมชนมีภูมิคุ้มกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

เพ็ญสิรี ศรียะศักดิ์

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ